Featured

ทิปส์เด็ดสำหรับวางแผนไปเที่ยวเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม
“ถ้าหากจะไปเวียดนามเหนือควรจะไปตอนหน้าหนาวท้ายปีด้วยเหตุว่าพวกเราจะได้มองทะเลหมอก หากไปทางด้านใตนก็จำต้องไปตอนหน้าร้อนเนื่องจากว่าฟ้าแจ่มใสท่องเที่ยวสมุทรได้ ส่วนภาคกึ่งกลางนี่พวกเราท่องเที่ยวได้เกือบจะตลอดปี ปัจจุบันนี้ก็มีสายการบินไปเวียดนามถูกๆให้เลือกมากมาย”
เช็คให้แน่นอนก่อนชำระเงิน ส่วนมากตามโฮเต็ลที่เวียดนามชอบมีเคาน์เตอร์บริษัททัวร์มาตั้งอยู่ เวลาซื้อทัวร์เขตแดนกับผู้ขายทัวร์ให้ถามและก็เช็คเนื้อหาให้ครบก่อนชำระเงิน อย่างเช่น รวมค่าที่พักหรือยัง รวมของกินด้วยหรือไม่ รวมค่าพาหนะรับส่งไปกลับหรือไม่รวมทั้งอย่าลืมต่อรองราคาด้วย เพราะเหตุว่าอาจจะพบว่าพวกเราซื้อทัวร์กับคนกลางแล้วเพียงพอส่งต่อให้กับหน้างานพวกเราจำเป็นต้องชำระเงินเพิ่ม ซึ่งพวกเราบางทีอาจจะขอใบเนื้อหาทัวร์ดูและเก็บไว้เป็นหลักฐาน หรือทดลองไปพบข้อมูลรีวิวบริษัททัวร์จาก Pantip หรือ Trip Advisor ก็ได้
ไม่จำเป็นที่จะต้องจองที่พักล่วงหน้า “ผมว่าจองที่พักไปล่วงหน้าแพงกว่า” โฮเต็ลสองถึงสามดาวตามสถานที่สำหรับท่องเที่ยวพวกเราเดินเข้าไปถามราคาที่พักได้เลยแล้วก็สามารถต่อรองราคาได้ด้วยแม้กระนั้นก่อนชำระเงินค่าที่พักอย่าลืมขอดูภาวะห้องก่อน ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ สุขา เตียง กลิ่นในห้อง ความสะอาด หรือขอดูห้องก่อนค่อยมาต่อรองราคาก็ยังได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นตอนโลว์ซีซั่นฤดูฝนเค้าจะขอคืนดีลูกค้ามากมาย
การเดินทางจากท่าอากาศยานเข้าเมือง แท็กซี่เวียดนามลือชื่อมากเรื่องคดโกงค่าใช้จ่ายสำหรับโดยสารหรือพาขับอ้อมโดยยิ่งไปกว่านั้นที่ท่าอากาศยานฮานอย เสนอแนะว่าให้ใช้รถเมล์ หรือรถบัสรับส่งท่าอากาศยาน (Airport Bus) หรือจองรถยนต์รับส่งโฮเต็ลจะดีมากกว่า
สิ่งที่ควรจะทราบ/สิ่งที่ควรจะทำในระหว่างเดินทาง
“จำนวนมากพวกเราท่องเที่ยวเวียดนามกันไม่นานก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแลกเงินดองไปมากมาย เพราะว่าหน่วยเงินดองเวียดนามมันใหญ่มากพวกเราบางทีอาจจะจำเป็นต้องถือเงินเป็นฟ่อนๆรวมทั้งให้ระวังเวลาซื้อทัวร์หรือจ่ายตลาดกับพ่อค้าแม่ค้าเวียดนามให้ตรวจนับเงินทอนดีๆ”
ใช้เงินดอลล่าร์สหรัฐ (US Dollar) ไปแลกเงินดอง ที่เวียดนามจะแลกเปลี่ยนได้มากมายกว่าใช้เงินบาทแลกเปลี่ยน บางที่ก็รับเงินดอลล่าร์เลยรวมทั้งได้เรทดีมากยิ่งกว่า ส่วนตลาดที่มีนักท่องเที่ยวไปกันเยอะมากๆในเมืองก็รับเงินบาทด้วย แต่ว่าไม่ชี้แนะใช้บัตรเครดิตเว้นเสียแต่ถ้าเกิดจะใช้จ่ายค่าที่พักโฮเต็ลระดับห้าดาวถึงคงจะไม่มีอันตรายกว่า
ก่อนสั่งอาหารในห้องอาหารทั่วๆไปมาทาน อย่าลืมถามคำถามว่าใช้เนื้ออะไรปรุงอาหาร เนื่องจากที่เวียดนามทานเนื้อหมากันปกติแล้วก็มีบางร้านค้าก็ขายเนื้อหมา อาทิเช่นตามตลาดที่มองเห็นเป็นเนื้อแทงไม้ก็บางทีอาจเป็นเนื้อหมาได้ ให้ถามให้มั่นใจก่อนซื้อมาทาน
ตระเตรียมปลั๊กไฟ ที่เวียดนามใช้หัวปลั๊กไฟแบบกลมสองขา ควรจะจัดเตรียมอะแดปเตอร์ (Universal Adapter) ไปใช้ด้วย
Advertisements
Featured

ข้อมูลที่ควรรู้ในเมียนมาร์

ทัวร์พม่า
การตรวจลงยี่ห้อ (VISA)
ชาวไทยที่ถือหนังสือเดินทางปกติต้องขอรับการตรวจลงยี่ห้อจากสถานทูตประเทศพม่าก่อน เดินทางไปเมียนมาร์ ซึ่งโดยปกติจะมีอยู่ 3 ชนิด เป็น
– Tourist Visa อาศัยอยู่ในประเทศพม่าได้ 4 อาทิตย์
– Business Visa อาศัยอยู่ในประเทศพม่าได้ 10 อาทิตย์
– Entry Visa พักพิงอยู่ในเมียนมาร์ได้    4 อาทิตย์
คนที่อยากอยู่ในประเทศพม่าเกินกว่า 4 อาทิตย์ ต้องยื่นเรื่องขอ Stay Permit จากกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของเมียนมาร์ ดังนี้คนที่อยู่ในประเทศพม่าเกินกว่า 4 อาทิตย์ ต้องยื่น Departure Form ต่อทางการเมียนมาร์ก่อนจะเดินทางออกนอกเมียนมาร์
ชีวิตความเป็นอยู่ ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศพม่า มีความสบายเฉพาะอยู่ในกรุงปิ้งกุ้งและก็เมืองใหญ่ที่เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวเท่า นั้น ในกรุงปิ้งกุ้งมีโฮเต็ลชั้นยอดตามมาตรฐานหลายที่ สำหรับคนที่จะไปอยู่เพื่อดำเนินงานหรือประกอบธุรกิจมีที่พักให้เลือกทั้งยังบ้าน เช่า หรือ Serviced apartment การอยู่อพาร์ทเมนท์มีจุดเด่นในแง่ผู้เช่าไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลหรือกลุ้มใจปัญหากระแสไฟฟ้าและก็น้ำ น้ำประปา แม้กระนั้นค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าค่อนข้างจะสูง ส่วนผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในกรุงปิ้งกุ้งหาซื้อได้ทั่วๆไป โดยมีผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากไทยหลายแบบรวมทั้งในกรุงปิ้งกุ้งมีห้องอาหารไทยหลาย ร้านค้า    คนที่จะเข้าไปเขตวัดหรือพุทธเจดีย์ ต้องถอดรองเท้าและก็ถุงเท้า บางที่เรียกเก็บเงินค่าเข้าชมสถานที่ด้วย รัฐบาลได้ระบุห้ามคนต่างประเทศเดินทางไปยัง บางเมืองหรือบางพื้นที่ ถ้าหากนักเดินทางอยากไปเมืองที่ไม่ใช่สถานที่สำหรับท่องเที่ยวของเมียนมาร์ ควรจะพิจารณาข้อมูลกับบริษัทนำเที่ยวก่อนในกรุงปิ้งกุ้งมีรถเมล์แล้วก็รถยนต์ แท็กซี่ แต่ว่าคนขับแท็กซี่โดยมากกล่าวภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ราคาขึ้นกับการเจรจาต่อรองเพราะรถแท็กซี่ไม่มีมิเตอร์ ในกรุงปิ้งกุ้งมีสถานพยาบาลที่นำสมัยไม่ กี่ที่ รวมทั้งเหมาะสมเพียงแต่การปฐมพยาบาลแค่นั้น ผู้เดินทางไปประเทศพม่าควรจะตระเตรียมยา ยกตัวอย่างเช่น ยาแก้ไข้หวัด ยาแก้ท้องร่วง รวมทั้งยาประจำตัวไปด้วย และก็ควรที่จะเลือกทานอาหารที่สะอาด
ข้อเสนอแนะ กรณีหนังสือเดินทางหาย ขอให้รีบแจ้งเหตุต่อโรงพักเขตแดน แล้วนำหลักฐานการแจ้งความไปยื่นต่อสถานทูต เพื่อขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ถ้าเกิดหนังสือเดินทางหมดอายุก็สามารถขอยืดอายุหรือขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่สถานทูตได้เช่นเดียวกัน คนที่อยู่ในเมียนมาร์ควรจะพิจารณาอายุหนังสือเดินทางอยู่เป็นประจำ
ข้อควรกระทำ
1 ในที่ส่วนรวมควรจะแต่งตัวอ่อนน้อมถ่อมตน รัดกุม เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าไปในวัดและก็ศาสนสถานต้องถอดถุงเท้า รองเท้า ถุงน่อง คุณผู้หญิงไม่สมควรแต่งตัวด้วยกระโปรงสั้น
2 ต้องมีความสุภาพในวัดรวมทั้งศาสนสถาน ไม่ส่งเสียงดังก่อกวนคนอื่น (ดังนี้ วัดบางที่บางทีอาจเรียกเก็บค่าเข้าชมด้วย)
3 ควรจะให้ความนับถือต่อคนชรา รวมทั้งใช้คำกริยาถ้อยคำเรียบร้อย เป็นระเบียบเรียบร้อย
4 ต่อราคาผลิตภัณฑ์และก็ค่าใช้จ่ายสำหรับโดยสารรถยนต์แท๊กซี่ได้
5 คนที่มีปัญหาสุขภาพควรจะเตรียมพร้อมยาประจำตัวมาด้วย
6 ควรรอบคอบเลือกกินอาหารรวมทั้งน้ำกินจากร้านค้าที่สะอาดถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำกิน ควรจะกินน้ำที่ใส่ในขวด
7 ควรจะแลกเงินดอลลาร์สหรัฐประจำตัวมาให้พอเพียงเนื่องด้วยโฮเต็ลร้านขายของในประเทศพม่า จำนวนมากจะไม่รับบัตรเครดิตหรือ Traveller’s Cheque ภาวะของแบงค์ควรจะอยู่ในภาวะใหม่ ดี ไม่ยับไม่มีรอยขูดขีดแล้วก็ควรจะเป็นแบงค์แบบใหม่ ดังนี้ แบงค์ 100 ดอลลาร์สหรัฐ จุดหมายเลขเริ่มด้วย CB โฮเต็ลและก็ร้านในเมียนมาร์บางทีอาจไม่ยอมรับที่จะไม่รับ
8 เนื่องจากว่าประเทศพม่าใช้ระบบการจราจรขับขี่รถชิดทางขวาของถนนหนทางซึ่งไม่เหมือนกับไทยควรต้อง ใช้ความรอบคอบสำหรับเพื่อการเดินเท้าและก็การข้ามถนนหนทางเพื่อหลบหลีกอุบัติเหตุ
ข้อไม่สมควรทำ
1 ไม่สมควรกล่าวว่ากล่าว เปรียบประเทศพม่าในทางลบ เพราะว่ามีชาวประเทศพม่าเยอะๆซึ่งสามารถรู้เรื่องภาษาไทยได้
2 เมียนมาร์ได้เปลี่ยนแปลงชื่อประเทศเป็น the Union of Myanmar ตั้งแต่ปี 2531 ก็เลยไม่สมควรใช้ ชื่อเดิม (Burma) กับชาวเมียนมาร์
Featured

เกาะเจจู (Jeju Island) เกาะแห่งความโรแมนติก

ทัวร์เกาหลี
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มรดกโลกถ้าหากยังคิดไม่ออกท่องเที่ยวไหนดีพวกเรามีสถานที่เที่ยวเกาะเชจูหรือเจจู(Jeju)เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด รวมทั้งเป็นเมืองตอนใต้ในเขตของประเทศเกาหลีใต้ เกาะที่นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวรวมทั้งเมืองฮันนีมูนที่ได้รับความนิยมเพราะว่ามีอากาศกำลังสบายตลอดปีหมายถึงไม่เหน็บหนาวในช่วงฤดูหนาวได้แก่เมืองอื่นของประเทศเกาหลีใต้ และไม่ร้อนมากในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ราว 15 องศา รวมทั้งในฤดูร้อนอยู่ที่ 22-26 องศา นอกจากเกาะเชจูยังเป็นเขตมรดกโลก เพราะว่าเป็นเกาะที่เกิดขึ้นมาจากการปะทุของปล่องภูเขาไฟ มีธรรมชาติงาม มีน่าพิศวงถ้ำลาวา และก็สถานที่เที่ยวทั้งยังทางธรรมชาติแล้วก็วัฒนธรรมอีกเยอะมากหลายที่ แล้วก็ที่สถานที่แรกที่ผมจะพาท่านไปพบเป็น
1. ศูนย์การแสดงสัตว์น้ำ (Hanwha Aqua Planet Jeju) เป็นพิพิธภัณฑสถานที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ทัวร์ประเทศเกาหลีจะต้องมาเยี่ยม เป็นศูนย์การศึกษาทางทะเลเกี่ยวกับธรรมชาติและก็สิ่งมีชีวิตใต้สมุทรที่แสดงไว้ให้ดูอย่างงดงาม มีการจัดแจงแสดงของสัตว์น้ำให้ดูอีกด้วย นอกเหนือจากนั้น ยังมีอุโมงค์ใต้น้ำให้คุณได้เดินดูการใช้ชีวิตของสัตว์น้ำใน่ระดับน้ำลึกราวๆ 80 เมตร เสมอเหมือนท่านไปอยู่ใต้น้ำเอง รับประกันว่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่แท้
2. ทัวร์เรือดำน้ำซกวิโพ (Seogwipo Submarine) เป็นกิจกรรมหนึ่งของเกาะเชจู ที่พานักท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีมุดน้ำเพื่อตรวจสอบโลกใต้สมุทรที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลายประเภท หรือท่านที่ไม่สบายที่จะลงไปมุดน้ำ ก็สามารถทัวร์เรือดำน้ำซอกวิโพ ดูดซับมารีน ที่พาท่านตรวจสอบโลกใต้น้ำอย่างสนุก ท่านจะได้มองเห็นความสวยของเกาะเชจูใต้น้ำ นอกเหนือจากการที่จะมีปลานานาประการสายพันธุ์แล้ว ยังมีต้นปะการัง และซากเรือที่จมอยู่ใต้น้ำด้วย
3. หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอับ (Seongeup Folk Village) เป็นหมู่บ้านที่สร้างด้วยหินหลังคามุงด้วยฟาง ล้อมรั้วด้วยแนวกำแพงหินแบบโบราณ เป็นเอกลักษณ์ของเกาะเชจู ท่านจะได้ดูวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองอย่างแท้จริง
4. พิพิธภัณฑสถานชาโอซุลลิค (O’Sulloc Green Tea Farm and Museum) เป็นสถานที่จัดโชว์ประวัติความเป็นมาของการปลูกชาเขียวประสิทธิภาพสูง ท่ามกลางทิวภาพอันงดงามของไร่ชา มีการแสดงวัสดุเครื่องมือที่ใช้สำหรับในการชงชา ถ้วยชา และก็ยังมีชาให้นักเดินทางทัวร์ประเทศเกาหลีได้ทดลองลอง มีร้านขายของฝากที่ทำมาจากชา ดังเช่น ชาผง ชาแต่งรสสำเร็จรูป แล้วก็สมุนไพรต่างๆ
5. น้ำตกชอนจิยอน (Cheonjeyeon Falls) เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นสายยาวจากผาในป่าลงสู่แอ่งน้ำระดับล่างอย่างงดงามทำให้นักเดินทางทัวร์ประเทศเกาหลีอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปในป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์เพื่อสัมผัสกับสายน้ำที่ใสเย็นแล้วก็งามที่นี้
6. อุทยานแห่งชาติเทือกเขาฮัลลาซาน (Hallasan National Park) เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในประเทศประเทศเกาหลีใต้ มีความสูงถึง 1,950 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่เที่ยวที่สวยทางธรรมชาติที่ติดอันดับที่ 182 ของประเทศเกาหลี รวมทั้งยังเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอีกด้วย
7. พระราชวังแก้ว (Glass Castle) เป็นพระราชวังที่สร้างด้วยแก้วหลายประเภท มีการตกแต่งและก็นำเสนอแก้วในแบบต่างๆอีกทั้งในร่มรวมทั้งที่โล่งแจ้ง แช่น สะพานแก้ว น้ำตกแก้ว เขาวงกต แล้วก็ปะว่ากล่าวมากมายรรมจากแก้วอีกเพียบเลย
8. หินปู่ หรือ โทลฮารูบัง (Dol Harubang) เป็นเครื่องหมายของเกาะเชจู ที่มีความเชื่อกันว่าจะรอป้องกันคุ้มครองป้องกันให้ให้รอดอันตรายจากภูตผีปีศาจ
9. สวนเชจู เลิฟแลนด์ (Jeju Love Land) เป็นสวนสาธารณะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาโดยผ่านงานศิลปะที่ใช้ความสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างงดงาม แบ่งเป็น 2 ส่วนเป็น ส่วนที่อยู่ที่โล่งแจ้งแล้วก็ส่วนที่อยู่ในร่ม มีการจัดแจงแสดงรูปปั้นปะติเตียนมากมายรรมแสดงการร่วมเพศของคนเราแล้วก็เรื่องราวความรักมากยิ่งกว่า 140 ชิ้น เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับคนแก่หวานใจในงานศิลปะ

5 สุดยอดสถานที่เที่ยวในเวียดนามที่คุณจะต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อเอ่ยถึงเวียดนามใครๆก็ชอบระลึกถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แต่ทราบไหมมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆน่าสนใจอีกมากมายในเวียดนามที่ขณะนี้กำลังเป็นกระแสอย่างมากๆที่คุณไปเวียดนามจะต้องไม่พลาด พวกเรามาอัพเดทกันวันเที่ยวเวียดนามทั้งทีจำต้องสุดๆ5 สถานที่ไหนกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. เที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โรงแรม บนยอดดอย อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังราวๆ 40 กิโล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา ภูเขาบานา เคยเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยด้านบนเป็นบ้านพักแล้วก็โรงแรมของชาวประเทศฝรั่งเศสยุคเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 หลังการศึกชาวฝรั่งเศสพ่ายกลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่นับเป็นเวลาหลายปี จนถึงถูกกลับมาซ่อมแซมเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกทีในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างตะกร้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีสำหรับในการนั่งตะกร้าจากข้างล่างขึ้นไปด้านบน รายจ่ายสำหรับในการก่อสร้างเคเบิลคาร์ขั้นแรกมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา รวมทั้งตอนที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดดอย มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้ บานาฮิลล์ ถูกผลิตขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่เป็นที่รู้จักจากออสเตรเลีย เครื่องไม้เครื่องมือและก็เครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดเส้นทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งผอง 94 เคบิน กระเช้ามีอีกทั้งแบบเปิดเตียนโล่งโอเพ่นแอร์กับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ด้านในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.เที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีนานาประการ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ และก็ยังรวมทั้งสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามและน่ามาเยือนมากมายแห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งวันนี้พวกเราจะขอเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้งยังความงดงาม และความตรึงใจ

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง คือ ถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำซอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากข้างในถ้ำ รวมทั้งได้รับการยอมรับจาก นักตรวจสอบถ้ำทั่วทั้งโลกว่า เป็นถ้ำอันดับแรกๆของโลก เหตุเพราะเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการดังเช่น น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำเยอะที่สุด ยาวที่สุด และกว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) คืออีกหนึ่งเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยี่ยมมากแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความเด่นทางธรรมชาติรวมทั้งทางธรรีวิทยา ที่มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง (หรือราว 400 ล้านปี) นั่นจึงทำให้อุทยานที่นี้มีทำเลที่ตั้งแบบหินปูนที่โบราณที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จัก (Bo Trach) แล้วก็อำเภอไม่ญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) และติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาตอนใต้ประมาณ 500 กม. ภายในเขตอุทยานมีกรุ๊ปหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร สวนนี้มีชื่อเสียงในความสวยงามของถ้ำที่มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว และยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีลำน้ำใต้ดินขนาดใหญ่

3.เที่ยวอ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay)
ฮาลองเบย์ หรือ อ่าวฮาลอง คือสถานที่เที่ยวสำคัญอีกที่ในประเทศเวียดนามที่กิตติศัพท์มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาดชม โดยที่นี่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากหน่วยงานยูเนสโกเพราะมีความสวยของธรรมชาติมากมายก่ายกอง

ฮาลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาทดลองตั้งอยู่ทางทางเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ภายในเขตพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางตะวันออกโดยประมาณ 170 กม. และอยู่ใกล้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮาทดลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ตารางกิโลเมตร มีริมฝั่งยาว 120 กิโลเมตร มีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวสมุทร บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่กับอย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความงดงามซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาทดลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long คือ อ่าวมังกรผู้ดำดิ่ง ตามตำนานชาวบ้านเวียดนามบอกกันว่า ในอดีตที่ชาวเวียดนามกำลังสู้รบกับจีน เทวดาได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งต่อมามังกรกลุ่มนี้ได้ดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลบริเวณอ่าวฮาทดลอง ทำให้มีเพชรนิลจินดาแล้วก็หยกพุ่งกระเด็นออกมาเปลี่ยนเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะคุ้มครองผู้รุกราน แล้วก็บางตำนานเอ๋ยถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งมั่นใจว่าอาศัยอยู่ที่รอบๆก้นอ่าว

4.เที่ยวเมืองซาปา ที่นาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาปา คือเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์สูงที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยภูมิประเทศอันสวยสดงดงามที่กลุ้มรุมไปด้วยยอดเขาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นแทบตลอดปีทำให้รุ่งแจ้งของตรงนี้มีไอหมอกปกคลุมสวยสดงดงาม ในแต่ละปี ซาขว้าง ก็เลยล่อใจนักท่องเที่ยวจากทั้งโลกให้แวะเวียนมาเที่ยวได้เยอะๆ

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาขว้าง คือเมืองเล็กๆที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเดินทางมาพักผ่อนตั้งแต่สมัยที่ฝรั่งเศสยังดูแลประเทศเวียดนาม โดยชาวตะวันตกชอบพอที่นี่ด้วยเหตุว่าอากาศดีแล้วก็สงบเงียบ ถัดมาซาปาก็เลยเป็นที่รู้จักและก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นจนมีนักท่องเที่ยวมาเยือนหลายหมื่นคนต่อปี

5.ท่องเที่ยวหมุยแหน ภูเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่แห่งนี้ยืนยันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายเพราะภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่คนไม่ใช่น้อยรู้จักกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่รวมทั้งอยู่ติดกับชายหาด จึงมีแดดและก็ลมที่แรงมากมายทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 แห่งเป็นเทือกเขาทรายขาวและเทือกเขาทรายแดง ซึ่งภูเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และมีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยสำหรับภูเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่เป็นที่นิยมมากยิ่งกว่าในสายตาของช่างถ่ายภาพ เนื่องจากสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสีสวยกว่าที่เทือกเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิต คือ การเล่นบอร์ดเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาด้านล่างซึ่งเครื่องมือสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

รายละเอียดอื่นๆ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ขณะที่ดีที่สุดสำหรับการมาท่องเที่ยวคือ เวลาเช้าหรือไม่ก็ช่วงเย็น เพราะว่าตอนกลางวันถึงเวลาบ่ายนั้นอากาศแล้วก็แดดจัดมากมาย
เป็นไงบ้างค่ะ สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีอีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้วก็ประวัติศาสตร์ กล่าวได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้ตรวจตราท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่ายังชีพก็ไม่แพงอีกด้วยจ้ะ

เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่ที่นี้ยืนยันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย ด้วยเหตุว่าเทือกเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายท่านรู้จักดีกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ติดกับริมทะเล จึงมีแดดและก็ลมที่แรงมากมายทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 ที่เป็นภูเขาทรายขาวรวมทั้งภูเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และก็มีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย สำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ว่าเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าในสายตาของตากล้อง เพราะว่าสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีสวยกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตหมายถึงการเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาด้านล่าง ซึ่งอุปกรณ์สำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

รายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ตอนที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อการมาท่องเที่ยวหมายถึงตอนเช้าหรือไม่ก็ช่วงเย็นเพราะว่าตอนกลางวันถึงเวลาบ่ายนั้นอากาศรวมทั้งแดดแรงมาก
เป็นไงบ้างค่ะ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและก็ประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้สำรวจท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมทั้งค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม

5 สถานที่เที่ยวในประเทศประเทศพม่าที่คุณจำต้องไป ไม่ใช่แค่การไปไหว้พระ อัพเดท 2018

ถ้าเอ๋ยถึง ประเทศพม่า เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศไทย โดยมากหลายคนมักนึกถึงการไปไหว้พระแค่นั้น แม้กระนั้นข้อเท็จจริงประเทศพม่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าดึงดูดหลายสไตล์ ที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสสักหนึ่งครั้ง วันนี้พวกเราเก็บรวบรวม 5 สถานที่เที่ยวพม่า นอกเหนือจากการไหว้พระ มาให้ทุกคนรู้จัก จะมีตรงไหนบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เมืองพม่า ทะเลเจดีย์แล้วก็วิถีชีวิตแบบพม่าๆ
ถือเป็นโชคดีของชาวพูกาม ที่ศาสนาพุทธเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสูงสุดเช่นกันเวลานี้ ทำให้พระผู้เป็นเจ้าอโนรธามังช่อรับเอาศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ท่านสร้างเจดีย์แห่งแรกขึ้น ชื่อ “เจดีย์ชเวซีโกน” แล้วต่อจากนั้นกษัตริย์รุ่นต่อๆมา รวมทั้งเสนาบดีแล้วก็ผู้มีอันจะกินทั้งหลายในพูกามก็ระดมสร้างวัด สร้างเจดีย์กันเต็มพื้นที่ไปหมด อาจจะเพราะเหตุว่าความเลื่อมใสที่ว่า ยิ่งเล่นใหญ่ เอ๊ย!! ยิ่งสร้างวัดใหญ่มหึมาแค่ไหน ยิ่งได้บุญกุศลบารมีมากเพียงแค่นั้น

อาณาจักรพูกามเคยเจริญก้าวหน้าแค่ไหนพวกเราคงจะไม่ต้องชี้แจง ด้วยเหตุว่าเกือบ 1,000 ปีให้หลังทุกๆอย่างได้พิสูจน์ตนเองไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ตัวเราต่างหากที่จะต้องมาพิสูจน์ความโหฬารนั้นด้วยตาของเราเอง จากเจดีย์กว่า 4,446 องค์ วันนี้เหลือแค่ 2,200 กว่าองค์ ไม่รีบมาดูซะวันนี้ก็ไม่เคยทราบว่าอีกหน่อยจะเหลือให้มองขนาดไหน

2. ตะลุยสวนน้ำ Yangon Water Boom
แม้โลกนี้มันร้อนนัก ก็ไปพักเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันดีกว่า! สถานที่เที่ยวในประเทศพม่า อีกแห่งที่ต้องการชักชวนคุณมาคลายร้อน โดยสวนน้ำ Yangon Water Boom ถือเป็นสวนน้ำที่แรกของเมียนมาร์ ตั้งอยู่ในเมืองย่างกุ้ง ตรงนี้คุณจะได้เจอกับสไลด์เดอร์สุดแจ๋วสุดยอด อีกทั้ง “Free Fall Slides” หวาดเสียวกับสไลด์เดอร์ที่มีความสูงถึง 15 เมตร! ให้คุณไหลลื่นลงมาด้วยความเร็วกว่า 70 กิโล/ชั่วโมง เรียกว่าเสียวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หรือจะเป็น “Python” ให้ท่านและก็เพื่อนพ้องๆนั่งสไลด์เดอร์ไปสนุกร่วมกัน ผ่านท่อสีเขียวที่เลี้ยวไปเลี้ยวมา ยาวกว่า 60 เมตร! ยิ่งกว่านั้นยังมีโซนสำหรับหนูน้อยอย่าง “Kiddy pool” สนามเด็กเล่นที่ให้น้องๆได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำเย็น พร้อมบริการเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับช่วยในด้านสำหรับอำนวยความสะดวกล็อกเกอร์ บังกะโล ซาลอน ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก อย่างครบถ้วน หนีร้อนไปสนุกสนานกับสวนน้ำในย่างกุ้งกันดีกว่า

3. ท่องเที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก!
สะพานไม้ดั้งเดิม ที่มีอายุกว่า 200 ปี ทอดยาวด้วยความยาว 1,200 เมตร ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สร้างด้วยไม้ปริมาณพันกว่าต้น พวกเราสามารถเดินดูสะพานไม้ไปเรื่อยได้ รวมทั้งยิ่งในขณะที่ดวงตะวันกำลังจะตกลงน้ำ(ดิน) บรรยากาศบริเวณบริเวณสะพาน จะเห็นได้ว่าแสงพระอาทิตย์เป็นประกายกับสายน้ำ นอกเหนือจากที่จะได้ดูความสวยของพระอาทิตย์ขึ้นและตกแล้ว ยังได้มองเห็นวิถีชีวิตของคนภรรยานมาด้วย เป็นประสบการณ์ที่สุดตรึงตาตรึงใจกันเลยทีเดียว

ของร้านขายเครื่องดื่ม ขายอาหารบนเกาะ ดูดวงตะวันตกในทะเลสาบ แถมมีปลาแล้วก็กุ้งสดๆจากทะเลสาบ ให้ได้ชิมรส นั่งพักผ่อนสบายๆแล้วรอคอยดูพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย แนวทางสุดท้ายเป็นวิธีที่เสียตังน้อยที่สุด คือ สามารถยืนชมวิวบนสะพานได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกคนละอย่างจ้า

4. ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืด แล้วก็วิถีชีวิตคนอินเล
ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่กลางประเทศพม่าเลยก็ว่าได้ ทะเลสาบอินเลอยู่ในเมือง Nyaung Shwe เมืองเล็กๆที่ประชาชนดำเนินชีวิตท่ามกลางทะลสาบ .. หื้มมม? คือราษฎรเค้าก่อสร้างบ้านและก็พักอาศัยกันในทะเลสาบเลยเอ็งรเอ้ยยย ต่อนี้ไปเนี่ย แน่นอนการดำรงชีวิตรวมทั้งการเพาะปลูกหรือทำการเกษตรของเค้าต้องเกี่ยวกับทางเรือ ดังเช่นว่า การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ การสร้างบ้านแบบเสาค้ำกึ่งกลางน้ำ รวมทั้งยานพาหนะจำเป็นต้องอย่างเรือ ที่แน่ๆมีจอดอยู่ทุกบ้าน แล้วที่สุดของทะเลสาบอินเลเป็นความสามารถพิเศษของชาวอินคาเนี่ยล่ะ การนำยเรือด้วยเท้าด้านเดียวสำหรับในการสัญจรรวมทั้งจับสัตว์ในน้ำที่ไม่ซ้ำใครในโลก ดังมากมายโว้ย ดังจนถึงตรงนี้เป็นอีกจุดหมายปลายทางนึงที่นักเดินทางจำเป็นต้องมาดูเลยแหละ ทราบอย่างนี้แล้วตามไปเลยสิจ้าา

5. สัมผัสเกาะหัวใจมรกต ที่สมุทรพม่า.
เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต (Cocks Comb) เป็นเกาะที่อยู่ในสมุทรอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างจากริมฝั่งจังหวัดระนองเพียงแต่ประมาณ 81.2 กม.แค่นั้น เกาะที่นี้มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีริมหาด มีช่องว่างอยู่กลางเกาะ คล้ายกับปากปล่องภูเขาไฟ มีช่องเล็กๆให้น้ำทะเลเข้าไปได้ ถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นว่าช่องกึ่งกลางนี้มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ เมื่อมีน้ำสมุทรสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วเข้าไปในนั้น ผนวกกับบริเวณรอบปากปล่องมีต้นไม้สีเขียวขจี ทำให้รูปร่างหัวใจนี้เห็นเด่นชัด จนได้รับการขนานนามจากชาวไทยว่าเป็น “เกาะหัวใจมรกต” ซึ่งชาวต่างประเทศจะรู้จักกันในชื่อ “Hidden Lagoon”

มองเห็นไหมล่ะว่า การไปเที่ยวประเทศพม่า ก็มิได้มีแต่การไปไหว้พระ หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียวแค่นั้น ประเทศพม่ายังมีแหล่งธรรมชาติงามๆอีกมากมาย ต้องใจคนถูกใจเที่ยวชิลล์ๆสไตล์สโลว์ไลฟ์ ถ้าเกิดมีโอกาสทดลองไปเปิดมุมมองใหม่ให้การเที่ยวพม่ากว้างขึ้นกว่าเดิม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

5 สถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ ที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด อัพเดท 2018

ประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เพราะเหตุว่าใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียง 5-6 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว และก็ยังเป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอีกด้วย ถ้าเกิดจะเอ๋ยถึงสถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีนั้นในความเป็นจริงแล้วมีมากไม่น้อยเลยทีเดียวหลายแห่ง เพราะฉะนั้นคนใดกำลังแพลนท่องเที่ยวหรือกำลังตกลงใจว่าจะท่องเที่ยวประเทศไหนดี ลองตามมาดู 15 สถานที่เที่ยวห้ามพลาดในเกาหลี แล้วจะต้องอยากไปเที่ยวแน่นอน

1. พระราชวังเคียงบกกุง Gyeongbokgung Palace
วังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “วังคยองบกกุง” เป็นสัญญลักษณ์และสถานที่สำหรับท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล วังที่มีขนาดใหญ่แล้วก็เก่าแก่ที่สุดในกรุงโซล ทำขึ้นในปี 1394 ในสมัยพระเจ้าแทโจ วงศ์สกุลโชซอน เดิมทีนั้นด้านในพระราชสำนักมีอาคารและพระราชวังต่างๆมากกว่า 200 ข้างหลัง แม้กระนั้นเมื่อมีการรุกรานของญี่ปุ่น ตึกส่วนใหญ่ก็ได้ถูกทำลายลงเหลืออยู่เพียงแค่ 10 หลังเพียงแค่นั้น

2. เกาะนามิ สุดโรแมนติค Namiseom Island
เกาะนามิมีเหตุที่เกิดจากผลของการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่โดยประมาณ 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้มีชื่อในหมู่คนประเทศเกาหลีมานานเนื่องมาจากมีธรรมชาติที่สวยสดงดงามยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติอย่างเช่น กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมทั้งนกกระจอกเทศด้วย และก็ที่นี่จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งสิ้น เพียงรักษาความชอบธรรมชาติเอาไว้ โดยขณะที่มีนักท่องเที่ยวมาสูงที่สุดจะเป็นช่วงๆฤดูใบไม้ร่วง เพราะเหตุว่าต้นไม้มากมายที่นี่จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบาทใต้ต้นแปะก๊วยที่จะเปลี่ยนแปลงใบเป็นสีเหลืองสดงดงามมาก แม้กระนั้นที่นี่คนจะเยอะตลอดทุกฤดู

3. รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station
ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station เป็นหนึ่งในจุดดูซากุระที่สวยอันดับต้นๆของเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยสามารถแลเห็นรถไฟที่วิ่งมาจอดที่สถานีพร้อมกับวิวอุโมงค์ดอกซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มทั้งสองข้างทางในช่วงโดยประมาณต้นเดือนม.ย. สถานีรถไฟคยองฮวาที่นี้เป็นสถานีเล็กๆที่อยู่ที่เมืองจินแฮ (Jinhae) จังหวัดเคียงซังนัมโด (Gyeongsangnam-do) ได้มีการยกเลิกการใช้งานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แต่จะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในตอนเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลชมดอกซากุระที่จัดเป็นอย่างมากใหญ่ของเมืองจินแฮ แม้กระนั้นรถไฟนั้นจะไม่ได้มาจอดที่สถานี เพียงแต่ใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

4. อุโมงค์ซากุระ ลำคลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream
อุโมงค์ซากุระ คลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream เป็นหนึ่งในจุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในการชมดอกซากะของเมืองจินแฮ เริ่มมีชื่อเสียงกันภายหลังจากซีรีย์เรื่อง Romance กระจายเสียงเมื่อปี 2002 ซึ่งใช้ลำคลองแห่งนี้เป็นฉากในการถ่ายทำ ดังจนมีชื่อเรียกสะพานที่ใช้ข้ามลำคลองตามชื่อซีรีย์นั่นก็คือ Ramance Bridge

ในทุกๆเมษายนของทุกปีซึ่งเป็นตอนๆที่มีเทศกาลดูดอกซากุระ ที่ลำคลองแห่งนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาดูความงามของดอกซากุระ สามารถเดินเที่ยวได้ทั้งยังข้างบนสะพานแล้วก็ข้างล่างซึ่งจะมีทางเท้ายาวตลอดแนวเรียบไปกับคลองน้ำ และยังมีดอกเรปซีดซึ่งเป็นดอกไม้ต้นเล็กออกดอกสีเหลืองบานพร้อมซากุระอีกด้วย แต่ละปีก็จะมีการประดับตกแต่งบริเวณลำคลองในตอนที่จัดงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำร่มที่สีสันแจ่มใสมาห้อยไว้หรือจะเป็นโคมรูปหัวใจน่ารักน่าเอ็นดูๆแล้วก็ในตอนค่ำคืนก็จะเปิดไฟประดับงามมากมาย

5. เขตช้อปปิ้งเมียงมองดง หรือ มยองป่าดง
ย่านช้อปปิ้งเมียงมองดง หรือ มยองป่าดง (Myeong-dong) ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางกรุงโซล เป็นย่านช้อปปิ้งที่ฮิตแล้วก็คักคักที่สุดของกรุงโซล เย้ายวนใจนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ทั้งยังยังสามารถเดินทางได้สบาย นับว่าเป็นศูนย์กลางของการบ้านการเมือง เศรษฐกิจ และก็วัฒนธรรมอย่างยิ่งจริงๆ ข้างในตลาดเมียงป่าเต็มไปด้วยร้านขายของ รวมทั้งร้านอาหารนับไม่ถ้วน ยอดเยี่ยมในสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางและก็นักช้อป

ห้างสรรพสินค้า
ห้างที่ใหญ่ที่สุด ดังเช่น ห้างลอตเต้(Lotte) กับห้างชินเซแก(Shinsegae) ส่วนร้านอื่นๆก็ตั้งอยู่ทุกซอกมุม รวมทั้งแผงลอยริมถนนที่จำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องเพชรพลอย เครื่องแต่งตัว ผลิตภัณฑ์อื่นๆในราคาถูก แล้วก็อาหารหวานแสนอร่อย โดยเจ้าของร้านส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษ ประเทศญี่ปุ่น จีน และก็ไทยได้

เป็นยังไงบ้าง 5 สถานที่เด็ดไหม สามารถติดตามดูการจัดสถานที่เที่ยวในเกาหลีใต้ ซึ่งมีอีกมากมายจริงๆประเทศนี้ท่องเที่ยวอย่างไรก็ไปไม่หมดง่ายๆหวังว่าเพื่อนพ้องๆอาจชอบ และก็ติดตามบทความของเรา ผู้ใดพอใจขอความกรุณาแชร์ให้เพื่อนพ้องๆได้อ่านกันด้วยนะ แล้วเจอกันตอนใหม่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เกาหลี

เที่ยวพม่าสักการะ 3 ใน 5 สิ่งศักสิทธิ์ของเมียนมาร์

ชื่นชอบพระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระบรมธาตุประจำปีเกิดของปีม้า สักการพระธาตุมุเตา สูงที่สุดของเมียนมาร์ ไหว้พระธาตุอินทร์แขวน พระบรมธาตุประจำปีเกิดของปีจอ
1. พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
ถ้าหากจะเอ๋ยถึงการไปท่องเที่ยวประเทศพม่าแล้ว อาจจะไม่มีใครไม่พูดถึง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ประจำเมืองประเทศพม่า ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวประเทศพม่า อีกทั้งชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวเมียนมาร์ต่างพากันเดินทางเพื่อมาสักกาะระ เป็นเจดีย์ที่มีอายุโบราณกว่า 2,000 ปี เป็นที่ติดตั้งพระเส้นผมธาตุ 8 เส้น ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็มีความโหฬารอลังการ โดยสูงถึง 326 ฟุต กว้าง 1,355 ฟุต ซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากแรงเลื่อมใสของชาวประเทศพม่า ด้วยกันบริจาคทรัพย์สินทรัพย์สิน ก่อเสริมเจดีย์ให้สูงใหญ่ยิ่งขึ้นเรื่อยๆมีทองคำแท้ตีแผ่เป็นแผ่นเรียงต่อกันหุ้มตัวเจดีย์ไว้ โดยมีน้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัมเลยทีเดียว ทำให้เจดีย์แห่งนี้ มีสีทองสัมฤทธิ์อร่าม ส่งแสงให้เห็นทั้งช่วงกลางวันยามค่ำคืน ยิ่งไปกว่านี้ ด้านบนยอดเจดีย์ยังถูกแต่งแต้มไปด้วยเพชรพลอยอันเลอค่า ฉายแสงระยิบเห็นมาแต่ไกลผู้คนที่มาเที่ยวเมียนมาร์ นอกจากจะมาสรรเสริญความสวยสดงดงามของพระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว จำต้องไปนั่งสวดมนต์ไหว้พระตั้งจิตอธิษฐานและกราบขอพรต่อมหาเจดีย์ในลานประสบผลสำเร็จ หรือ ลานอธิษฐาน เพราะเหตุว่าเชื่อว่าจะประสบผลสำเร็จจากที่มุ่งหมาย ต่อด้วยการสรงน้ำพระประจำวันเกิดที่ประดิษฐานอยู่อีกทั้งแปดด้านรอบองค์เจดีย์และก็มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ให้ได้เคารพบูชาขอพร
2. พระบรมสารีริกธาตุมุเตา หรือ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ
ได้ไปเที่ยวพม่าดูความสวยงามของเจดีย์ชเวดากองตามแบบฉบับของชาวเมียนมาร์กันแล้ว มุ่งสู่กรุงหงสาวดีดูความงามในแบบฉบับมอญกันบ้างที่ พระบรมสารีริกธาตุมุเตา หรือพระมหาเจดีย์ชเวมอดอ เป็นเจดีย์โบราณอายุโบราณกว่า 2,000 ปีและยังเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่าอีกด้วย ข้างในเจดีย์ใส่พระเกศาธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อสร้างมาตั้งแต่ยุคมอญเรืองอำนาจ ทำให้แบบอย่างที่เห็น เป็นสถาปัตยกรรมของชาวมอญทั้งหมดทุกอย่าง โดยมีฉัตรแบบเรียบองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ภายในเป็นอิฐกลวง โดยมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คือ ใช้เป็นที่ทำพิธีเจาะพระกรรณของพระผู้เป็นเจ้าตะโกนชะเวตี้เมื่อครั้งพระองค์ขึ้นครองราชย์ใหม่ๆถัดมาพระเจ้าบุเรงท่วมได้สร้างฉัตรมอบให้เพิ่มอีกหลายชั้น พูดกันว่าก่อนที่จะพระองค์จะออกทำศึกทำสงครามครั้งไหน จะทรงมานมัสการพระมหาธาตุนี้ก่อนทุกคราว แล้วก็สมเด็จพระกษัตริย์มหาราชเมื่อครั้งเคลื่อนทัพมาตีหงสาวดีก็ได้เสด็จมานมัสการ ณ ที่แห่งนี้เช่นกัน ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้กำเนิดแผ่นดินไหวหลายหน รวมทั้งครั้งที่หนักที่สุด ทำให้ยอดพระมหาธาตุพังทลายลงมา ซึ่งก็ได้รับการบูรณะและก็นำเสนอซากของพระมหาธาตุองค์เดิมไว้ที่เดิมให้ผู้มาท่องเที่ยวเมียนมาร์ได้สักการคู่กันกับองค์ปัจจุบันนี้ ซึ่งนี่เองที่นับว่าเป็นจุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ โดยกรรมวิธีการอธิษฐาน ให้เอามือและหน้าผากแตะต้องไปที่พระบรมธาตุองค์เดิมที่หัก รวมทั้งอธิษฐาน สิ่งที่ขอก็จะสัมฤทธิ์ผล
3. พระบรมสารีริกธาตุอินทร์ห้อย หรือ ไจทีโย
พระธาตุอินทร์ห้อย หรือ ไจหนโย ในภาษามอญ แปลว่าหินรูปหัวฤษี เป็นหินที่ศรัทธา มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองคำขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร หนักกว่า 600 ตันตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน ถ้าดูด้วยสายตาแล้ว กว่าครึ่งของเนื้อก้อนหินนั้นยื่นออกมานอกหน้าผาแถมหน้าผายังลาดเทลงต่ำ ทำให้ดูอย่างกับว่าก้อนหินวางอยู่อย่างล่อแหลมราวกับจะร่วงลงมา แต่ตั้งสูงเด่นบนจุดที่สัมผัสกับพื้นดินเพียงแต่น้อยนิด ไม่สะทกสะท้านต่อแรงดึงดูดหรือลมฝนแต่อย่างใด เช่นเดียวกันกับถูกพระอินทร์มาจับห้อยเอาไว้ จึงได้เรียกกันว่า พระบรมธาตุอินทร์ห้อยนอกจากนี้ ยังมีเจดีย์สร้างไว้บนหิน ได้ถูกจำทดลองเป็นพระเกศแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นพระธาตุรายปีหน้าจอ ที่คนกำเนิดปีนี้จำต้องไปเที่ยวพม่า เพื่อไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต เช้าใจกันว่า ถ้าหากคนไหนกันแน่ได้มานมัสการพระบรมสารีริกธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแม้กระนั้นความสบายความก้าวหน้า พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดังปรารถนาทุกประการ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ร้านอาหารเสนอแนะในพม่า

ประเทศพม่า หรือภรรยานมา เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักแสวงบุญ เพราะมีสถานที่เที่ยวอันศักดิ์สิทธิ์หลายที่ให้ได้ไปไหว้ขอพร เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
ตามรอยท่องเที่ยวพม่า ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว เมืองนี้ยังมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ อีกด้วยโดยยิ่งไปกว่านั้นในเมืองย่างกุ้ง วันนี้พวกเราก็เลยจะพาคุณไปติดตามการเดินทางท่องเที่ยวในเมียนมาของ คุณสมาชิกหมายเลข 1877965 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ครั้งนี้เธอได้รีวิวของกินแบบจัดหนักจัดเต็มในเมืองย่างกุ้งมาให้พวกเราได้ชมกัน ซึ่งมีทั้งอาหารแบบรถเข็นข้างถนน ไปจนถึงของกินเลิศหรูในห้างสรรพสินค้า เมียนมาจะมีอะไรน่าอร่อยบ้าง ตามเธอไปชมกันเลยค่ะ
ย่างกุ้ง : ภัตตาคารการะเวก สร้างขึ้นในปี 2513 โดยเลียนแบบเรือกัญญา หัวเรือเป็นรูปนกการะเวก สัตว์ป่าในหิมพานต์
เป็นห้องอาหารที่สร้างเป็นรูปเรือขนาดใหญ่ ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางทะเลสาบในตัวเมืองปิ้งกุ้งข้างในมีการแสดงที่นาฎศิลปเมียนมาร์ จากจุดนี้สามารถแลเห็นมหาเจดีย์ชเวดากองสะท้อนผิวน้ำด้วย ส่วนของกินจัดเป็นแบบบุฟเฟต์นานาชาติ และก็อาหารพื้นบ้านของประเทศพม่า
ย่างกุ้ง : Royal garden restaurant ห้องอาหารอาหารจีน บรรยากาศในสวน เน้นย้ำในเรื่องของอาหารจีนและก็ซีฟู้ด
อยู่ใกล้กับ Chatrium Hotel บรรยากาศสไตล์ โต๊ะจีน ข้างในตกแต่งสวยสดงดงาม 
ย่างกุ้ง : Western Park restaurant ร้านอาหารแห่งนี้สะดุดตาในเรื่องเป็ดเมืองปักกิ่งและกุ้งมังกร แนวอาหารจะเป็นแบบอาหารจีน เป็ดย่างของตรงนี้เมื่อสั่งแล้วจะมาเสิร์ฟกับสาธิตให้ดู ในขณะนี้เปิดทั้งสิ้น 2 สาขาแล้ว 
ย่างกุ้ง : Golden Duck restaurant ห้องอาหารที่มีชื่อเสียงของย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ ของกินอร่อยร้านค้าที่นี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ชเวดากองอย่างชัดเจนเพราะว่าอยู่ไม่ไกลจากชเวดากองร้านอาหารแห่งนี้จะเต็มไปด้วยผู้คนมาทาน จำนวนมากเป็นพวกคนมั่งคั่งชาวเมียนมาร์
ย่างกุ้ง : Oriental House restaurant ภัตาคารติ่มซำภัตตาคารของกินติ่มซำเปิดขายในช่วงเวลาเช้า เลยเที่ยงตรงไปของก็จะหมดแล้วอาหารเป็นพวกติ่มซำ บุคลากรจะชูอาหารออกมาวางไว้ด้านหน้าเรา สามารถเลือกทานได้ ถ้าเกิดเข่งไหนไม่ทานจะไม่คิดเงิน และลือชื่อของตรงนี้แนะนำให้ทานคู่กับเฉลียงมร้อนของร้านทานคู่ติ่มซำหอมอร่อยมาก ร้านค้าจะตั้งอยู่แถว พิพิธภัณฑสถานพม่า
หงสาวดี : ห้องอาหารเจ้าสัว ร้านอาหารที่นี้ ตั้งอยู่ที่เมืองหงสาวดี ขึ้นชื่อในเรื่องของกุ้งแม่น้ำ ภายในร้านค้าตกแต่งแบบโล่งเตียนโปร่งสบาย
พม่า : Nandar restaurant ร้านนี้ตั้งอยู่ที่เมืองประเทศพม่า มีการแสดงโชว์หุ่นกระบอกให้ได้ชมอาหารอร่อย ถูกปากคนประเทศไทย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ไหว้พระประเทศพม่า รวม 5 สถานที่ทำบุญทำทาน เสริมดวงบารมี

วันนี้ทางเราก็เลยได้รวบรวมรายชื่อ 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระเมียนมาร์นิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !
1.พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อเอ่ยถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนส่วนใหญ่ชอบนึกถึงพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นลำดับต้นๆสถานที่สุดฮิตอันดับ 1 ของทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์ เนื่องมาจากมีรายการวิทยุรวมทั้งรายการทีวีหลายรายการป้องกันอย่างยิ่งจริงๆที่จัดทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์ตรงนี้ จึงไม่ประหลาดใจว่าเพราะอะไรพวกเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองปิ้งกุ้งเป็นอย่างดี
ส่วนที่ไปที่มาของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองกระทั่งใครๆก็อยากมาทัวร์เมียนมาร์ไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงท่วม มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกรบ และก็แน่ๆว่าในที่สุดเขาก็ชอบชนะซะทุกคราว นอกจากนั้นยังมีความเชื่อของชาวมอญแล้วก็ชาวพม่าอีกด้วยว่าการมากมายราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นวิถีทางพ้นทุกข์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บแล้วก็อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีทุกวันกำเนิดตั้งอยู่ 8 ทิศ ซึ่งสามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทพทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์พม่า
นอกเหนือจากพระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์ประเทศพม่าไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทพทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทพทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาพม่าว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” หมายความว่าจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแม้กระนั้นต่ำลงยิ่งกว่าเทวดาตามคติความเลื่อมใสพม่า มีบทบาทคุ้มครองสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนประเทศพม่าใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนเคารพ
ส่วนสาเหตุของชื่อ เทพทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรตรงนี้แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมปรารถนา จึงเป็นต้นเหตุของชื่อ เทพทันใจ แล้วก็เป็นหนึ่งในมูลเหตุที่คนอีกจำนวนไม่น้อยไปเที่ยวไหว้พระพม่า
3.ทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์กับ เทวดากระซิบ (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อเราไปไหวเทวดาทันใจแล้ว จำนวนมากเที่ยวประเทศพม่าจะพาไปไหว้พระ สักการ เทพกระซุบกระซิบ กันต่อเลย เพราะว่าสถานที่ติดตั้งของเทพกระซิบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดากระซิบมีชื่อเรียกในภาษาเมียนมาร์ว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นบุตรสาวของพญานาคที่เลื่อมใสพุทธอย่างยิ่ง เมื่อตายไปจึงแปลงเป็น นัต
ส่วนที่มาของชื่อเทวดากระซุบกระซิบ แล้วก็ความอำนาจที่ล่อใจไหว้พระประเทศพม่านั้น บอกเลยว่าเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากคนประเทศไทยนี่แหละ ตอนแรกชาวประเทศพม่าก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ ปกติ แม้กระนั้นไม่มีผู้ใดไปกระซิบบอกอะไร จนถึงวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระเมียนมาร์ได้พาชาวไทยไปและก็เห็นป้ายภาษาเมียนมาร์ที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เนื่องจากมีพ่อค้าแม่ขายบริเวณนั้นถูกใจโหวกเหวกโวยวาย แม้กระนั้นไกด์หลงผิดจึงบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “หากจะขอพรกับเทพองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” หลังจากนั้นลูกทัวร์คนประเทศไทยก็ไปกระซิบบอกขอพร ซึ่งแน่ๆชาวพม่าเห็นชาวไทยทำและสมหวังตามมุ่งมาดปรารถนาจึงเริ่มทำบ้างจนแปลงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในที่สุด
4.สักการะพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ปิ้งกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระเมียนมาร์โน่นเป็น พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้นำมาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่สมัยพระเจ้าบุเรงท่วม นับว่าเป็นสิ่งศักดาที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามาเป็นเวลายาวนาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็นับว่าไม่ธรรมดา เพราะเหตุว่าเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบพูกาม งาม อ่อนช้อย โดยมีลักษณะเด่นตรงที่ตัววัดจะเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมที่สวย ก็เลยเหมาะสมมากที่จะมาไหว้พระประเทศพม่าที่วัดนี้
5.สักการพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
แม้ประเทศไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งล่อใจนักเดินทางแล้ว ไหว้พระเมียนมาร์ก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเช่นกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพระพุทธรูปขนาดยาวโดยประมาณ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่ามีจุดแข็งตรงที่ดวงตาที่ดูหวานรวมทั้งจีวรที่เป็นพลิ้วไหวๆส่วนตรงจุดศูนย์กลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ นอกจากนี้พระบาทยังมีลักษณะทับกันทำให้ไม่เหมือนกันกับศิลปะแบบไทยอีกด้วย

10 สิ่งที่จำเป็นต้องรู้แล้วก็ควรจะทำเมื่อท่องเที่ยวในประเทศพม่า

1. จัดเวลามากกว่า 1 อาทิตย์สำหรับการท่องเที่ยวท่องเที่ยวดู
การเที่ยวประเทศพม่าจะต้องใช้เวลามากกว่า 1 อาทิตย์ ด้วยการเดินทางที่ยังไม่สบายนักแล้วก็เส้นทางที่ยาวไกล 1 สัปดาห์ดูจะรีบเร่งเกินความจำเป็นรวมทั้งยังท่องเที่ยวได้ไม่ทั่ว แม้คุณมีเวลา 2 หรือ 4 อาทิตย์ให้วางแผนเส้นทางท่องเที่ยวรอบๆแหล่งท่องเที่ยวหลัก 4 ที่โดยการบินไปลงเมืองใหญ่สักแห่งและก็บินกลับจากอีกเมืองหนึ่ง
2. สัมผัสประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับชอปแล้วก็รับประทานให้กระจัดกระจายในปิ้งกุ้ง
ย่างกุ้ง เป็นเมืองขนาดกระชับที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีสถาปัตยกรรมจากยุคอาณานิคมกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมืองเชิญให้คิดถึงสมัยก่อนที่ประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ตอนที่มหาเจดีย์ชเวดากองก็ส่องประกายสีทองคำแพรวพราวเป็นเครื่องหมายของศาสนาพุทธอันเจริญ ตรงนี้ชุมชนคนจีน เนปาล และก็ประเทศอินเดียตั้งอยู่ข้างเคียงชุมชนชาวประเทศพม่า ที่พักราคาเริ่มต้นที่ 3,xxx บาท
3. หลงทางในวัดที่พุกาม
พุกาม ดินแดนลึกลับเหนือระยะเวลานี้เป็นที่ตั้งของวัดกว่า 2,000 แห่งที่ทำขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 9 ตั้งแต่วัดขนาดใหญ่ที่สง่างดงาม ไปจนกระทั่งวัดเล็กๆที่สร้างละเอียดลออบรรจง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะรู้สึกเสมือนกำลังเดินทางย้อนเวลา ที่นี่ใช้การเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก (ประมาณ 600 บาทต่อวัน) แต่ว่าการขี่จักรยาน (ราว 90 บาทต่อวัน) เป็นแนวทางเดินทางที่ดีที่สุดสำหรับในการท่องเที่ยวแบบเต็มวันและปฏิบัติตนกลมกลืนไปกับผู้คนนับร้อย ที่พักในพุกาม ราคาเริ่มต้นที่ 5xx บาท
4. ศึกษาค้นพบความเงียบสงบแล้วก็ประเพณีดั้งเดิมที่ทะเลสาบอินเล
ทะเลสาบอินเล (ใหญ่เป็นอันดับสองของเมียนมาร์) เป็นดุจกระจกส่องสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันสวยสดงดงามของหมู่บ้านเล็กๆเขื่อนที่สร้างด้วยมือแล้วก็ลำคลองที่ใช้คนขุด ตรงนี้ยังคงรักษาจารีตประเพณีเก่าแก่(และก็ชาวเรือที่พายเรือด้วยเท้าข้างเดียว) บรรยากาศสงบเงียบ และก็การค้าแบบดั้งเดิม ทั้งยังยังมีตลาดผลไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ แล้วก็สวนองุ่นที่อยู่ไม่ไกล ถ้าอยากชมทะเลสาบแบบเงียบสงบไม่ต้องฝ่าผู้คนเราขอเสนอแนะให้รีบไปแต่เช้า
5. ลิ้มลองของอร่อย และก็หัวเราะร่า ขณะท่องไปในเมืองมัณฑะเลย์อันงดงาม
มัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกิจกรรมอันมากมายให้ทำกระทั่งล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการชมทิวทัศน์เมืองจากยอดเขามัณฑะเลย์ หลังจากที่เร่ร่อนทัวร์ไปในราชวัง เจดีย์ และหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลิ้มลองอาหารใหม่ๆจากร้านหาบเร่สองข้างทางซึ่งมีเยอะมากเสียจนน่าทึ่งที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งเมือง รวมทั้งหัวเราะให้กึกก้องกับญาติพี่น้องหนวดนักเล่นตลกการเมืองที่จัดแจงแสดงเฮฮาทุกวี่ทุกวันในบ้านของครอบครัว ตั๋วเรือบินไปมัณฑะเลย์ราคาเริ่มต้นที่ 3,xxx บาท
6. ไปเดินป่าหลายๆวัน แล้วก็นั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุด
ถ้าการเดินป่าแบบสามวันจากสีป้อไปลาชิวยังเร้าใจไม่เพียงพอ ให้เพิ่มรายการนั่งรถไฟสายที่สร้างโดยอังกฤษผ่านสะพานรถไฟก๊อกน้ำเต๊กซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในประเทศพม่า รถไฟสายที่จะทำให้คุณใจเต้นระทึกนี้ผ่านเมืองพินอูลวินซึ่งเป็นเมืองอาณานิคมเก่า เมื่อรถไฟไปถึงสะพานแล้ว อย่าลืมมองดูลงมาให้ได้ เพราะความสูงที่น่าหวาดเสียวจะก่อให้คุณลืมไม่ลงไปอย่างยิ่งจริงๆ
7. ลงใต้ไปเยือนเกาะสวรรค์ หมู่เกาะมะริด พม่า
เนื่องจากว่าเขตด้านเหนือหลายเมืองยังไม่เปิดให้นักเดินทางเดินทางเข้าไปได้ ด้านใต้จึงเป็นที่ๆเข้าถึงได้ง่ายดายกว่าเพราะเหตุว่าได้เปิดให้ท่องเที่ยวชมได้มากกว่า 1 ปีแล้ว มะละแหม่งและทวายเป็นเส้นทางที่ไม่มีอะไรเปรียบเทียบได้และให้บรรยากาศแคว้นสุดๆซึ่งจะนำคุณไปยังเมืองมะริดอันน่าแปลก เมืองนี้เองเป็นประตูสู่หมู่เกาะมะริดที่งดงามไม่น่าเชื่อโดยคุณสามารถคิดแผนล่วงหน้าเพื่อจองทัวร์ล่องเรือและทัวร์แบบค้างหลายๆที่พักในเมืองมะริด ราคาเริ่มที่ 5xx บาท
8. เลือกว่าจะไปตอนไหนดี
คุณมีสองช่องทางคือ ฤดูท่องเที่ยวในเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศกำลังสบายแต่ว่ามีนักท่องเที่ยวล้นหลามและตัวเลือกที่พักก็เหลือน้อย หรือจะไประหว่างก.พ./เดือนมีนาคม ถึง พ.ค.ซึ่งเป็นตอนที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าแต่อากาศก็ร้อนอย่างยิ่ง ลองเลือกแบบที่ใช่กันเลย!
9. ดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆสำหรับจ่ายโรงแรม อื่นๆจ่ายด้วยเงินจ๊าด
ในเมียนมาร์คุณจำเป็นต้องใช้เงินดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆซึ่งหาได้จากแหล่งเปลี่ยนเงินใกล้บ้านหรือในจ.กรุงเทพฯ แล้วหลังจากนั้นนำดอลล่าร์ไปแลกเงินจ๊าดถึงที่กะไว้ท่าอากาศยาน เกสท์เฮ้าส์ หรือแบงค์ในเมียนมาร์ เงินดอลล่าร์ใช้สำหรับจ่ายค่าที่พัก ส่วนเงินจ๊าดใช้จ่ายเงินค่าอื่นๆตามทางเป็นต้นว่า อาหาร ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง และของที่ระลึก ในพม่ามีตู้เอทีเอ็มเฉพาะในเมืองใหญ่ 
10. ร้องฆ่าเวลาขณะเดินทาง รถไฟในเมียนมาร์
รักจะท่องเที่ยวพม่าจำต้องศึกษาที่จะสนุกไปกับการเดินทางบนรถบัสอันช้านาน เพราะว่าเป็นการขนส่งหลักที่ใช้เดินทางไปทั้งประเทศ รถบัสหลายคันจะออกช่วงบ่ายแก่ๆโดยคุณจะไปถึงที่หมายในตอนเวลาค่ำ หรือรุ่งสว่างวันรุ่งขึ้น บนรถบัสชอบมีคาราโอเกะไว้บริการและบางคันก็เปิดคาราโอเกะตั้งแต่รถออกไปจนกระทั่งจุดหมายเลยทีเดียว

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า